หน้าร้อนเมืองไทยขึ้นชื่อเรื่องอุณหภูมิที่พุ่งสูงปรี๊ด ชนิดที่ว่าแค่เดินออกไปหน้าบ้านไม่กี่นาทีก็เหงื่อโชกแล้ว ยิ่งถ้าต้องจอดรถทิ้งไว้กลางแดดนาน ๆ บอกเลยว่าสภาพภายในรถแทบไม่ต่างจากเตาอบดี ๆ นี่เอง หลายคนพอขึ้นรถได้ปุ๊บ สิ่งแรกที่ทำคือการกระหน่ำเปิดแอร์ไปที่อุณหภูมิต่ำสุด พร้อมเร่งพัดลมเบอร์แรงสุดเพื่อให้รถเย็นเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
แต่รู้ไหมว่าพฤติกรรมแบบนี้ นอกจากจะทำให้เครื่องยนต์ต้องรับภาระหนักเกินจำเป็นแล้ว ยังส่งผลต่ออัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันแบบเต็ม ๆ อีกด้วย การใช้แอร์รถยนต์อย่างถูกวิธีในช่วงที่อากาศร้อนจัดจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพราะนอกจากจะช่วยให้ห้องโดยสารเย็นฉ่ำเร็วขึ้นแล้ว ยังช่วยเซฟเงินในกระเป๋าจากการประหยัดน้ำมันไปได้ในตัว
ในบทความนี้จะรวบรวมเทคนิคง่าย ๆ ที่หลายคนอาจมองข้าม ตั้งแต่ขั้นตอนก่อนสตาร์ทรถไปจนถึงการปรับจูนระบบแอร์ให้ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เพื่อให้การเดินทางในหน้าร้อนนี้เย็นสบายและคุ้มค่าที่สุด จะมีวิธีไหนที่นำไปปรับใช้ได้จริงบ้าง มาดูกันเลย
เทคนิคลดอุณหภูมิรถและเปิดแอร์ให้ประหยัดน้ำมัน
เพื่อให้แอร์รถยนต์ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพโดยไม่กินน้ำมันจนเกินไป ลองเอาเทคนิคเหล่านี้ไปปรับใช้กันดู รับรองว่าช่วยให้รถเย็นเร็วขึ้นแบบเห็นผลชัดเจน
1. ระบายความร้อนสะสมออกจากรถก่อน
ถ้าต้องจอดรถทิ้งไว้กลางแดดนาน ๆ จนภายในร้อนระอุ สิ่งแรกที่ควรทำไม่ใช่การสตาร์ทรถแล้วเปิดแอร์เบอร์แรงสุดทันที แต่ควรเปิดประตูหรือลดกระจกลงทุกบานเพื่อให้อากาศถ่ายเทออกไปก่อน หรือใช้วิธีเปิดประตูฝั่งหนึ่งไว้แล้วไปเปิด-ปิดประตูอีกฝั่งรัว ๆ ประมาณ 4-5 ครั้ง เพื่อช่วยไล่มวลอากาศร้อน ๆ ออกไปจากห้องโดยสาร วิธีนี้จะช่วยลดอุณหภูมิภายในลงได้หลายองศา ทำให้แอร์ไม่ต้องทำงานหนักในช่วงเริ่มต้น
2. เริ่มจากพัดลมก่อนเปิดปุ่ม A/C
หลังจากสตาร์ทรถแล้ว ให้เปิดพัดลมแอร์ไปที่เบอร์แรงสุดก่อนโดยที่ยังไม่ต้องกดปุ่ม A/C เพื่อให้พัดลมเป่าลมร้อนที่ค้างอยู่ในท่อแอร์ออกมาให้หมดก่อนสักประมาณ 1-2 นาที จากนั้นค่อยกดปุ่ม A/C เพื่อเริ่มการทำงานของคอมเพรสเซอร์แอร์ การทำแบบนี้จะช่วยถนอมคอมเพรสเซอร์และช่วยให้ระบบทำความเย็นทำงานได้คงที่มากขึ้น
3. ปรับระดับความเย็นให้พอดี ไม่เย็นจัดจนเกินไป
หลายคนติดนิสัยปรับอุณหภูมิไปที่ระดับต่ำสุด (Lo) ตลอดการเดินทาง ซึ่งจะทำให้คอมเพรสเซอร์แอร์ทำงานหนักแบบไม่หยุดหย่อน ส่งผลให้อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันพุ่งสูงขึ้น วิธีที่ประหยัดน้ำมันที่สุดคือการตั้งอุณหภูมิไว้ที่ประมาณ 25 องศาเซลเซียส หรือในระดับที่รู้สึกเย็นสบายพอดี ๆ หากรู้สึกร้อนเกินไป ให้ใช้วิธีเพิ่มระดับพัดลมแทนการลดอุณหภูมิลงต่ำสุด เพราะพัดลมใช้พลังงานน้อยกว่าคอมเพรสเซอร์มาก
4. ตรวจเช็กปุ่มหมุนเวียนอากาศ (Air Recirculation)
เช็กให้มั่นใจว่าเรากดเปิดปุ่มหมุนเวียนอากาศภายในรถไว้เสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้แอร์ไปดึงเอาอากาศร้อน ๆ จากภายนอกเข้ามาภายในตัวรถ เพราะถ้าเราเปิดรับอากาศภายนอกเข้ามา ระบบแอร์จะต้องทำงานหนักขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อทำให้อากาศที่ร้อนจัดเย็นลงอยู่ตลอดเวลา ซึ่งเป็นสาเหตุหลักอย่างหนึ่งที่ทำให้กินน้ำมันโดยใช่เหตุ
5. ปิดปุ่ม A/C ก่อนถึงที่หมาย
ก่อนจะถึงที่หมายประมาณ 2-3 นาที ให้ลองกดปิดปุ่ม A/C แต่ยังคงเปิดพัดลมทิ้งไว้ในเบอร์แรงสุด วิธีนี้จะใช้น้ำแข็งที่เกาะอยู่ในคอยล์เย็นมาทำความเย็นต่อได้จนถึงที่หมาย และที่สำคัญคือลมจากพัดลมจะช่วยไล่ความชื้นในตู้แอร์ออกไปจนหมด ช่วยป้องกันการสะสมของเชื้อราและลดกลิ่นอับต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตได้เป็นอย่างดี
6. จอดรถในที่ร่มหรือใช้ม่านบังแดดช่วย
วิธีประหยัดน้ำมันที่ดีที่สุดคือการป้องกันไม่ให้ความร้อนสะสมอยู่ในรถตั้งแต่แรก พยายามเลือกที่จอดรถในที่ร่มหรือใต้ตึกเสมอ แต่ถ้าเลี่ยงไม่ได้จริง ๆ การหาซื้อ "ม่านบังแดด" แบบสะท้อนแสงมาบังกระจกหน้าจะช่วยได้มหาศาล เพราะคอนโซลหน้ารถคือจุดที่สะสมความร้อนได้สูงที่สุดและระบายออกยากที่สุด ถ้าคอนโซลไม่ร้อน แอร์ก็ไม่ต้องเสียพลังงานไปกับการเป่าลมเพื่อลดอุณหภูมิของวัสดุภายในยาวนานเกินไป รถก็จะเย็นฉ่ำได้ไวขึ้นแบบไม่ต้องรอนาน
7. หมั่นทำความสะอาดกรองอากาศแอร์
ถ้ากรองอากาศแอร์อุดตัน ลมแอร์จะออกมาเบาและแอร์จะไม่ค่อยเย็น ทำให้เราต้องเร่งแอร์แรงขึ้นอยู่ตลอดเวลา การเปลี่ยนกรองแอร์ตามระยะหรือถอดออกมาเป่าฝุ่นบ้างจะช่วยให้ลมเดินได้สะดวกขึ้น ระบบทำงานได้ลื่นไหล และช่วยประหยัดพลังงานได้มากกว่าที่คิด
8. ตรวจเช็กแผงคอยล์ร้อนและระดับน้ำยาแอร์
หลายคนอาจมองข้าม "แผงคอยล์ร้อน" ที่อยู่บริเวณหน้ารถ ซึ่งทำหน้าที่ระบายความร้อนออกจากระบบแอร์ หากมีฝุ่นหรือเศษใบไม้เข้าไปอุดตันมาก ๆ จะทำให้การระบายความร้อนทำได้ไม่ดี ส่งผลให้คอมเพรสเซอร์แอร์ทำงานหนักขึ้นและกินน้ำมันมากขึ้นตามไปด้วย การลองใช้สายยางฉีดน้ำล้างเบา ๆ บริเวณแผงหน้ารถตอนล้างรถจะช่วยได้มาก รวมถึงต้องคอยเช็กระดับน้ำยาแอร์ให้อยู่ในเกณฑ์ที่กำหนดเสมอ เพราะถ้าน้ำยาแอร์ขาด แอร์จะไม่เย็นและเครื่องยนต์จะทำงานหนักตลอดเวลาแบบไม่มีจังหวะพักเลย
ปรับเปลี่ยนนิสัยการใช้งานรถทีละนิด
ช่วยยืดอายุการใช้งานของระบบแอร์ได้เยอะ
เทคนิคที่เรารวบรวมมาเหล่านี้เป็นวิธีง่าย ๆ ที่ทำได้ทุกวัน นอกจากจะช่วยให้เราเย็นสบายท่ามกลางอากาศร้อน ๆ ของเมืองไทยแล้ว ยังช่วยยืดอายุการใช้งานของระบบแอร์และเซฟเงินค่าน้ำมันในกระเป๋าได้จริงอีกด้วย
และสำหรับใครที่กำลังมองหารถมือสองสภาพดีที่มีระบบแอร์เย็นฉ่ำ พร้อมใช้งานได้ทันทีไม่ต้องเอาไปซ่อมเพิ่ม แวะมาเลือกชมและลองนั่งกันได้ที่ ชาลีคาร์ (Shaleecar) เรามีรถพรีเมียมเกรด A ที่ผ่านการตรวจเช็กทุกระบบอย่างละเอียดให้เลือกมากมายทั้ง 2 สาขา:
สาขาสำนักงานใหญ่ แยกลิขิตชีวัน : https://maps.app.goo.gl/a2s1DA8sZ5cGtAWF8
สาขา 2 สันผีเสื้อ : https://maps.app.goo.gl/f4s4THksX15Ts2GB7
อยากได้รถสวย แอร์เย็นฉ่ำ ขับสบายใจ เข้ามาคุยกับเราที่ชาลีคาร์ได้เลย!
