ในยุคที่ราคาน้ำมันมีความผันผวนและกระแสการรักษ์โลกกำลังมาแรง รถยนต์ไฮบริด (Hybrid) ได้กลายมาเป็นตัวเลือกลำดับต้น ๆ ของคนที่กำลังมองหารถยนต์คันใหม่ เพราะเป็นเทคโนโลยีที่มีการผสมผสานระหว่างรถยนต์น้ำมันแบบเดิมกับรถยนต์ไฟฟ้า 100% (EV) ซึ่งมอบทั้งความประหยัด สมรรถนะที่ดี และความสะดวกสบายในการใช้งาน โดยไม่ต้องกังวลเรื่องสถานีชาร์จไฟฟ้า หรือไม่ต้องกลัวเรื่องเปลืองน้ำมัน
หากคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังสนใจรถยนต์ Hybrid มาทำความรู้จักประเภทของรถยนต์ไฮบริดให้มากขึ้นผ่านบทความนี้ พร้อมเจาะลึกเคล็ดลับการเลือกซื้อให้คุ้มค่าและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคุณมากที่สุด กันได้เลย
รถยนต์ Hybrid คืออะไรและมีกี่ประเภท?
ระบบไฮบริด (Hybrid) คือการผสานระบบขับเคลื่อน 2 รูปแบบเข้าด้วยกัน นั่นคือ เครื่องยนต์สันดาปภายใน (น้ำมัน) และมอเตอร์ไฟฟ้า โดยทั้ง 2 ระบบจะทำงานร่วมกันเพื่อช่วยลดการสิ้นเปลืองน้ำมันและเพิ่มอัตราเร่ง ซึ่งปัจจุบันในท้องตลาดสามารถแบ่งออกเป็นประเภทหลัก ๆ ได้ดังนี้
Full Hybrid (HEV): เป็นระบบไฮบริดเต็มรูปแบบ มอเตอร์ไฟฟ้าและเครื่องยนต์สามารถแยกกันทำงาน หรือทำงานร่วมกันได้อย่างอิสระ ตัวรถจะปั่นกระแสไฟกลับเข้าแบตเตอรี่เองในขณะชะลอความเร็วหรือเบรก ไม่ต้องเสียบปลั๊กชาร์จไฟ นิยมมากในรถญี่ปุ่น เพราะสามารถขับขี่ในเมืองได้ประหยัดน้ำมัน
Plug-in Hybrid (PHEV): ระบบนี้พัฒนาต่อยอดมาจาก Full Hybrid โดยมีการเพิ่มขนาดแบตเตอรี่ให้ใหญ่ขึ้น และมีช่องเสียบปลั๊กชาร์จไฟจากภายนอกได้ (เหมือนรถ EV) ทำให้สามารถขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% ได้ในระยะทางหนึ่ง (เฉลี่ยประมาณ 40-80 กิโลเมตร) เหมาะกับคนที่ขับรถไปกลับที่ทำงานในระยะทางสั้น ๆ และมีที่ชาร์จไฟที่บ้าน
Mild Hybrid (MHEV): เป็นระบบไฮบริดขนาดเล็ก มอเตอร์ไฟฟ้าไม่ได้ทำหน้าที่ขับเคลื่อนรถโดยตรง แต่จะช่วยเสริมกำลังให้เครื่องยนต์ตอนออกตัว และช่วยจ่ายไฟให้ระบบไฟฟ้าภายในรถเพื่อลดภาระของเครื่องยนต์
หลักการทำงานของรถยนต์ Hybrid ในแต่ละช่วงการขับขี่
ระบบไฮบริดจะมีคอมพิวเตอร์อัจฉริยะคอยคำนวณและสลับโหมดการทำงานให้โดยอัตโนมัติตามการขับขี่ ดังนี้
ช่วงออกตัวและขับขี่ด้วยความเร็วต่ำ เช่น ตอนรถติด
มอเตอร์ไฟฟ้าจะรับหน้าที่ขับเคลื่อนรถเพียงอย่างเดียวโดยดึงพลังงานมาจากแบตเตอรี่ ทำให้รถวิ่งได้เงียบขึ้น และไม่สิ้นเปลืองน้ำมัน
ช่วงเร่งแซงหรือทำความเร็วสูง
เครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าจะมีการทำงานร่วมกัน โดยมอเตอร์ไฟฟ้าจะเข้ามาช่วยเสริมแรงบิด ทำให้รถมีอัตราเร่งที่เร็วขึ้นและลดภาระของเครื่องยนต์น้ำมันลง
ช่วงขับขี่ด้วยความเร็วคงที่ต่อเนื่อง
เครื่องยนต์สันดาปจะทำหน้าที่หลักในการขับเคลื่อนรถยนต์ในย่านความเร็วที่เสถียรที่สุด ซึ่งเป็นช่วงที่เครื่องยนต์กินน้ำมันน้อย และในขณะเดียวกัน พลังงานส่วนเกินจากการวิ่งจะถูกแบ่งไปหมุนไดนาโมเพื่อปั่นประจุไฟกลับเข้าไปสะสมในแบตเตอรี่ด้วย
ช่วงชะลอความเร็วหรือเหยียบเบรก (Regenerative Braking)
เมื่อเราถอนคันเร่งหรือเหยียบเบรก ระบบจะเปลี่ยนมอเตอร์ไฟฟ้าให้กลายเป็นเจนเนอเรเตอร์ เพื่อดึงเอาแรงเฉื่อยจากการเคลื่อนที่ของตัวรถมาเปลี่ยนเป็นกระแสไฟฟ้า แล้วส่งกลับไปเก็บไว้ในแบตเตอรี่ไฮบริดโดยอัตโนมัติ ทำให้รถไม่ต้องเสียบปลั๊กชาร์จไฟก็มีพลังงานหมุนเวียนใช้ได้ตลอดเวลา
เจาะเคล็ดลับการเลือกซื้อรถยนต์ Hybrid ให้เหมาะกับคุณ
การจะเลือกซื้อรถไฮบริดให้คุ้มค่าและตอบโจทย์การใช้งานในระยะยาว มีปัจจัยสำคัญที่ต้องควรพิจารณาดังนี้
1. ประเมินรูปแบบการเดินทางในชีวิตประจำวัน
เน้นใช้งานในเมือง รถติดบ่อย: รถยนต์ระบบ Full Hybrid (HEV) จะตอบโจทย์ได้ดีที่สุด เพราะในขณะที่รถติดขัดหรือเคลื่อนตัวช้า ระบบจะตัดไปใช้พลังงานจากมอเตอร์ไฟฟ้าเป็นหลัก ทำให้ประหยัดน้ำมันได้มากกว่ารถยนต์ทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด
ที่บ้านสามารถติดตั้งที่ชาร์จแบตรถยนต์ส่วนตัวได้และมีการขับรถระยะทางเดิมทุกวัน: รถยนต์ระบบ Plug-in Hybrid (PHEV) เป็นตัวเลือกที่ค่อนข้างดี หากคุณสามารถชาร์จไฟที่บ้านทิ้งไว้ข้ามคืนได้ และขับรถในระยะทางเดิมทุกวันและเป็นระยะที่แบตเตอรี่รองรับ โดยคุณแทบจะไม่ต้องใช้น้ำมันเลยในวันธรรมดา แต่ยังมีเครื่องยนต์น้ำมันไว้รองรับการเดินทางไกลในวันหยุดโดยไม่ต้องรอชาร์จไฟ
2. ตรวจสอบการรับประกันระบบไฮบริดและแบตเตอรี่
แบตเตอรี่และระบบไฮบริดเป็นชิ้นส่วนที่มีมูลค่าสูง ก่อนตัดสินใจซื้อควรรู้เงื่อนไขการรับประกันของค่ายรถยนต์นั้น ๆ
โดยทั่วไป ค่ายรถยนต์มักจะมีการรับประกันตัวรถยนต์ตามมาตรฐาน แต่จะแยกการรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริดออกไปต่างหาก เช่น รับประกันแบตเตอรี่ 10 ปี และระบบไฮบริด 5 ปี การเลือกแบรนด์ที่มีการรับประกันยาวนานจะช่วยเพิ่มความอุ่นใจในระยะยาวได้
3. คำนวณความคุ้มค่าและงบประมาณ (Total Cost)
ราคารถยนต์ไฮบริดป้ายแดงมักจะสูงกว่ารถยนต์รุ่นเครื่องยนต์ธรรมดาในเซกเมนต์เดียวกันเล็กน้อย คุณจึงต้องคำนวณว่า "ส่วนต่างของราคารถ" เมื่อเทียบกับ "ค่าน้ำมันที่ประหยัดได้" ในแต่ละปี คุ้มค่ากับการลงทุนชำระเงินก้อนแรกหรือไม่ หากคุณเป็นคนขับรถน้อย (ปีละไม่ถึง 10,000 กิโลเมตร) อาจต้องใช้เวลานานกว่าจะถึงจุดคุ้มทุน
ทางเลือกที่ฉลาด: รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดและรถยุโรปมือสอง
สำหรับใครที่เล็งเห็นถึงความคุ้มค่าของเทคโนโลยีไฮบริด แต่ยังไม่อยากแบกรับภาระราคารถป้ายแดงที่ค่อนข้างสูง การหันมามองรถยนต์มือสองสมรรถนะสูงหรือรถยนต์ระบบปลั๊กอินไฮบริดมือสอง (Plug-in Hybrid) สภาพพรีเมียม ถือเป็นทางเลือกที่คุ้มค่า เนื่องจากคุณจะได้เทคโนโลยีการขับขี่ที่ปลอดภัยและประหยัดพลังงานในราคาที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น
สำหรับชาวเชียงใหม่ที่กำลังมองหารถยนต์คุณภาพดี สามารถแวะเข้ามาปรึกษาและทดลองขับรถที่ผ่านการตรวจเช็กทุกระบบอย่างละเอียดได้ที่ ชาลีคาร์ เต็นท์รถมือสองเชียงใหม่ที่รถยนตืคุณภาพพรีเมียม การันตีบริการที่ได้มาตรฐาน พร้อมต้อนรับทุกคนทั้ง 2 สาขาใกล้บ้านคุณ
สาขาสำนักงานใหญ่ แยกลิขิตชีวัน: คลิกดูแผนที่สาขาใหญ่
สาขา 2 สันผีเสื้อ: คลิกดูแผนที่สาขา 2
