หลายคนที่กำลังวางแผนจะถอยรถคันใหม่ ไม่ว่าจะเป็นป้ายแดงแกะกล่องหรือรถมือสองสภาพกริบ สิ่งแรกที่มักจะนึกถึงเป็นอันดับต้น ๆ ก็คือเงินดาวน์ต้องจ่ายเท่าไหร่ หรือต้องผ่อนเดือนละกี่บาทเพื่อให้พอดีกับรายได้ในแต่ละเดือน แต่ในความเป็นจริงแล้ว การเป็นเจ้าของรถหนึ่งคันมี "รายจ่ายแฝง" ที่รอเราอยู่มากกว่าแค่ตัวเลขที่เห็นในสัญญาซื้อขาย
บ่อย ๆ ครั้งที่เจ้าของรถมือใหม่ต้องมานั่งกุมขมับทีหลัง เพราะไม่ได้เตรียมงบสำรองไว้สำหรับค่าใช้จ่ายจิปาถะที่ตามมาเป็นพรวน ตั้งแต่ค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ในวันออกรถ ไปจนถึงค่าบำรุงรักษาในระยะยาวที่หลายคนมักจะลืมคำนวณไว้ล่วงหน้า จนสุดท้ายกลายเป็นว่ามีรถขับแต่กลับต้องใช้ชีวิตแบบฝืดเคืองเพราะบริหารเงินไม่ทัน
ในบทความนี้จะมารวบรวม 10 ค่าใช้จ่ายที่หลายคนมักจะมองข้ามเมื่อตัดสินใจออกรถ เพื่อให้คุณได้เตรียมตัวเตรียมใจและเตรียมเงินให้พร้อมก่อนจะเซ็นสัญญา จะได้ใช้รถคันใหม่ได้อย่างสบายใจแบบไม่ต้องกังวลเรื่องการเงินในอนาคต มีค่าอะไรบ้างที่ต้องโน้ตไว้ในลิสต์ มาดูไปพร้อม ๆ กันเลย
10 ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมเมื่อออกรถ
การคำนวณแค่เงินดาวน์กับค่างวดต่อเดือนเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น เพราะเมื่อรถมาจอดอยู่ที่บ้านแล้ว "ค่าใช้จ่ายแฝง" เหล่านี้จะเริ่มทยอยมาเคาะประตูเรียกเงินในกระเป๋าคุณทันที มาดู 10 ข้อที่ต้องเตรียมงบไว้ให้ดีมีอะไรบ้าง
1. ค่าประกันภัยรถยนต์
นี่คือรายจ่ายก้อนใหญ่ที่สุดก้อนหนึ่งที่ต้องจ่ายทุกปี สำหรับรถใหม่หลายคนมักเลือกประกันชั้น 1 เพื่อความอุ่นใจ ซึ่งเบี้ยประกันอาจมีตั้งแต่หลักหมื่นต้น ๆ ไปจนถึงหลายหมื่นบาท ขึ้นอยู่กับรุ่นรถและวงเงินคุ้มครอง แม้ปีแรกบางค่ายจะมีแถมมาให้ แต่ปีต่อ ๆ ไปเราต้องควักกระเป๋าจ่ายเองแน่นอน
2. พ.ร.บ. รถยนต์ (ประกันภัยภาคบังคับ)
เป็นสิ่งที่กฎหมายบังคับว่ารถทุกคันต้องทำเพื่อคุ้มครองความเสียหายต่อชีวิตและร่างกายของผู้ประสบภัยจากรถ แม้ราคาจะไม่สูงมาก (ประมาณ 600 - 1,100 บาท ตามประเภทรถ) แต่ก็เป็นสิ่งที่ลืมไม่ได้ เพราะถ้าไม่มี พ.ร.บ. ก็จะไม่สามารถต่อภาษีรถยนต์ได้นั่นเอง
3. ภาษีรถยนต์ประจำปี
รถทุกคันต้องเสียภาษีให้รัฐทุกปี โดยราคาจะขึ้นอยู่กับขนาดเครื่องยนต์ (ซีซี) น้ำหนักรถ หรือประเภทของรถ รถที่มีเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ก็จะเสียภาษีแพงกว่ารถเครื่องเล็ก การเตรียมงบส่วนนี้ไว้ล่วงหน้าจะช่วยให้ตอนไปต่อทะเบียนไม่ต้องหมุนเงินให้วุ่นวาย
4. ค่าบำรุงรักษาตามระยะ (Maintenance)
ทุก ๆ 10,000 กิโลเมตร หรือทุก 6 เดือน (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) รถต้องเข้าเช็กระยะเพื่อเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ตรวจเช็กระบบเบรก กรองอากาศ และส่วนต่าง ๆ ซึ่งแต่ละรอบจะมีค่าใช้จ่ายที่แตกต่างกันไป โดยเฉพาะรอบใหญ่ ๆ อาจมีค่าใช้จ่ายหลายพันบาทเลยทีเดียว
5. ค่าน้ำมันหรือค่าชาร์จไฟ
เป็นค่าใช้จ่ายรายวันที่หนีไม่พ้น ก่อนจะออกรถควรคำนวณคร่าว ๆ ว่าในแต่ละเดือนเราต้องใช้รถเดินทางกี่กิโลเมตร และรถรุ่นนั้นกินน้ำมันเฉลี่ยเท่าไหร่ เพื่อดูว่าค่าน้ำมันในแต่ละเดือนจะเบียดบังงบประมาณส่วนอื่น ๆ ของเรามากน้อยแค่ไหน
6. ค่าเปลี่ยนยางและแบตเตอรี่
ยางรถยนต์และแบตเตอรี่มีอายุการใช้งานของมัน ยางมักจะต้องเปลี่ยนทุก ๆ 2-3 ปี หรือตามสภาพการใช้งาน ซึ่งยางชุดหนึ่งมีราคาตั้งแต่หลักพันไปจนถึงหลายหมื่นบาท ส่วนแบตเตอรี่ก็มักจะมีอายุประมาณ 1.5 - 2 ปี ซึ่งเป็นรายจ่ายก้อนที่มักจะโผล่มาแบบไม่ทันตั้งตัว
7. ค่าที่จอดรถและค่าทางด่วน
สำหรับคนที่ต้องขับรถไปทำงานในเมือง ค่าที่จอดรถรายเดือนหรือค่าทางด่วนในแต่ละวันอาจดูเป็นเงินจำนวนไม่มาก แต่เมื่อรวมกันทั้งเดือนแล้วอาจจะพุ่งสูงถึงหลักหลายพันบาทได้เลยทีเดียว เป็นอีกหนึ่งจุดที่คนใช้รถในเมืองมักมองข้ามไป
8. ค่าล้างรถและดูแลความสะอาด
การจะให้รถสวยเหมือนใหม่อยู่เสมอต้องมีการดูแลรักษา ทั้งการล้างรถ ดูดฝุ่น หรือการเคลือบเงาต่าง ๆ ไม่ว่าคุณจะล้างเองที่บ้าน (มีค่าอุปกรณ์และน้ำยา) หรือเข้าคาร์แคร์ (มีค่าบริการ) ทั้งหมดนี้คือต้นทุนที่ต้องจ่ายเพื่อให้รถไม่โทรมเร็ว
9. อุปกรณ์ตกแต่งและของใช้ภายในรถ
พรมปูพื้น กล้องหน้ารถ ฟิล์มกรองแสง (กรณีที่ไม่ได้แถมมา) หรือแม้แต่ที่วางโทรศัพท์มือถือ สิ่งเหล่านี้คือความสะดวกสบายที่เรามักจะหาซื้อมาใส่รถเพิ่มหลังจากออกรถใหม่ ซึ่งรวม ๆ กันแล้วก็เป็นเงินก้อนที่น่าสนใจไม่น้อยเลย
10. ค่าเสื่อมราคา (Depreciation)
นี่คือ "ค่าใช้จ่ายที่มองไม่เห็น" แต่เจ็บที่สุด เพราะทันทีที่รถเคลื่อนออกจากโชว์รูม มูลค่าของมันจะลดลงทันที การเข้าใจว่ารถจะราคาตกไปเท่าไหร่ในอนาคตจะช่วยให้เราวางแผนการเงินได้ดีขึ้น โดยเฉพาะตอนที่จะขายต่อเพื่อเปลี่ยนรถคันใหม่
Tips: วิธีจัดการ "ค่าใช้จ่ายแฝง" ไม่ให้บานปลาย
1. แยกบัญชี "กองทุนเพื่อรถ":
ลองคำนวณค่าใช้จ่ายรายปี เพื่อวางแผนเก็บออมเป็นรายเดือน วิธีนี้จะช่วยให้คุณไม่ช็อกเมื่อต้องจ่ายเงินก้อนใหญ่ตอนครบรอบปี
2. เลือกซื้อรถมือสองคุณภาพดี:
เพื่อลดภาระค่าเสื่อมราคา เพราะรถมือสองมักจะมีราคาที่นิ่งกว่ารถป้ายแดง ทำให้เวลาขายต่อในอนาคตคุณจะไม่เจ็บตัวมากนัก
3. เช็กประวัติเซอร์วิสเสมอ:
การบำรุงรักษาตามระยะอย่างเคร่งครัด จะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาใหญ่ที่ต้องจ่ายค่าซ่อมแพงกว่าเดิมหลายเท่า
อยากออกรถแบบสบายใจ ไร้กังวลเรื่องค่าใช้จ่ายแฝงที่ไม่ได้เตรียมตัว เข้ามาคุยกับเราที่ชาลีคาร์ได้เลย
การมีรถสักคันช่วยให้ชีวิตสะดวกสบายขึ้นมาก แต่การคำนวณค่าใช้จ่ายให้รอบคอบจะช่วยให้คุณมีความสุขกับการใช้รถได้อย่างยั่งยืน โดยไม่ต้องมาเครียดเรื่องภาระการเงินที่เกินตัวในภายหลัง การเตรียมงบประมาณสำหรับค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่จะตามมาเหล่านี้ คือหัวใจสำคัญของการเป็นเจ้าของรถที่ชาญฉลาดและมีความพร้อมอย่างแท้จริง
สำหรับใครที่อยากได้รถคุณภาพดีในราคาที่คุ้มค่ากว่า เพื่อลดภาระเรื่องค่าเสื่อมราคาและค่าซ่อมแซมที่ไม่ได้ตั้งตัว แวะมาเลือกชมรถพรีเมียมเกรด A ได้ที่ ชาลีคาร์ (Shaleecar) เราคัดสรรรถสวย สภาพกริบ พร้อมใช้งาน และมีทีมงานคอยให้คำแนะนำเรื่องความคุ้มค่าอย่างจริงใจเพื่อให้คุณได้รถที่เหมาะสมกับงบประมาณที่สุด
สะดวกสาขาไหน แวะเข้าไปลองขับหรือปรึกษาเรื่องรถกับเราได้ทั้ง 2 สาขา:
สาขา 1 สำนักงานใหญ่ แยกลิขิตชีวัน : https://maps.app.goo.gl/a2s1DA8sZ5cGtAWF8
สาขา 2 สันผีเสื้อ : https://maps.app.goo.gl/f4s4THksX15Ts2GB7
