เชื่อว่าหลายคนน่าจะเคยเจอปัญหาเดียวกัน คือเวลาจะออกเดินทางไกลทีไร ใจหนึ่งก็ตื่นเต้น แต่อีกใจก็หวั่น ๆ เพราะรู้ตัวว่าเป็น "สายเมารถ" ตัวจริงเสียงจริง ไม่ว่าจะขึ้นเขา ลงห้วย หรือแค่ขับรถผ่านเส้นทางที่โค้งเยอะ ๆ หน่อย อาการคลื่นไส้ เวียนหัว และพะอืดพะอมก็จะตามมาทักทายจนทริปที่ควรจะสนุกกลับกลายเป็นความทรมานไปเสียอย่างนั้น
อาการเมารถไม่ใช่เรื่องตลก และไม่ใช่แค่เรื่องของร่างกายที่อ่อนแอ แต่มันคือการ "สับสน" ของสมองที่ได้รับสัญญาณขัดกันระหว่างสิ่งที่ตาเห็นกับสิ่งที่หูชั้นในรู้สึก ทำให้ร่างกายประมวลผลไม่ถูกจนเกิดอาการปั่นป่วนไปหมด ถ้าปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป ทุกทริปคงจบลงที่การนอนพักยาว ๆ แทนการออกไปสัมผัสโลกกว้าง
ในบทความนี้จะมารวมสารพัดทริคเด็ด ๆ ที่จะช่วยสยบอาการเมารถให้คุณเดินทางได้แบบชิลล์ ๆ ตั้งแต่การเลือกที่นั่ง การคุมลมหายใจ ไปจนถึงของกินใกล้ตัวที่ช่วยตัดอาการได้ชะงัก รับรองว่าทริคเหล่านี้จะช่วยให้คุณลืมภาพการถือถุงพลาสติกไปได้เลย มีวิธีไหนบ้างที่ควรทำตาม มาเช็กกันเลย
เอาชนะอาการเมารถไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด
1. เลือกตำแหน่งที่นั่งให้เป็นยุทธศาสตร์
ตำแหน่งที่นั่งมีผลอย่างมากต่อการรับรู้ของร่างกาย ถ้าเป็นรถยนต์ส่วนตัว การนั่งเบาะหน้าข้างคนขับคือตำแหน่งที่ดีที่สุด เพราะสายตาของเราจะมองเห็นเส้นทางและขอบฟ้าได้กว้างไกลที่สุด ช่วยให้สมองปรับตัวตามความเคลื่อนไหวของรถได้ทัน แต่ถ้าต้องนั่งรถบัส แนะนำให้เลือกที่นั่งบริเวณช่วงกลางรถซึ่งเป็นจุดที่มีการเหวี่ยงตัวน้อยที่สุด
2. งดใช้สายตาจดจ่อกับของใกล้ตัว
กฎเหล็กของคนเมารถคือ "ห้ามเล่นโทรศัพท์หรืออ่านหนังสือ" เด็ดขาด เพราะในขณะที่ร่างกายกำลังเคลื่อนที่ แต่สายตาของคุณกลับนิ่งอยู่กับตัวอักษรหรือหน้าจอเล็ก ๆ ความขัดแย้งนี้จะกระตุ้นให้เกิดอาการเวียนหัวได้อย่างรวดเร็ว ทางที่ดีที่สุดคือการมองออกไปไกล ๆ นอกหน้าต่าง มองเส้นขอบฟ้า หรือทิวทัศน์ข้างทางเพื่อให้สายตากับร่างกายทำงานสัมพันธ์กัน
3. หาของเปรี้ยว ๆ หรือสมุนไพรมาช่วยตัดอาการ
การพกผลไม้รสเปรี้ยว เช่น มะม่วงหาวมะนาวโห่ ส้มจี๊ด หรือบ๊วยเค็ม ติดรถไว้ช่วยได้มาก รสเปรี้ยวและกลิ่นสดชื่นจะช่วยลดอาการพะอืดพะอมได้ดี หรือถ้าใครชอบแนวสมุนไพร การดื่มน้ำขิงอุ่น ๆ ก่อนเดินทางสัก 30 นาที ก็เป็นวิธีธรรมชาติที่ช่วยสยบอาการคลื่นไส้ได้อย่างเห็นผล
4. อากาศในรถต้องเย็นและถ่ายเท
ห้องโดยสารที่ร้อนหรือมีกลิ่นอับจะยิ่งกระตุ้นให้อาการเมารถรุนแรงขึ้น ควรปรับแอร์ให้เย็นพอดี ๆ และถ้าเป็นไปได้ให้เปิดกระจกแง้มลงเล็กน้อยเพื่อให้มีอากาศบริสุทธิ์จากภายนอกเข้ามาถ่ายเทบ้างเป็นระยะ การได้สูดอากาศสดชื่นจะช่วยให้สมองรู้สึกปลอดโปร่งและลดความตึงเครียดของร่างกายได้
5. เลี่ยงอาหารมื้อหนักและของมันก่อนเดินทาง
ก่อนออกเดินทางประมาณ 1-2 ชั่วโมง ไม่ควรจัดเต็มกับบุฟเฟต์หรืออาหารที่ย่อยยากและมีความมันสูง เพราะอาหารที่แน่นท้องเกินไปจะทำให้ระบบย่อยทำงานหนักและเกิดลมในกระเพาะอาหารได้ง่าย ซึ่งเป็นตัวการชั้นดีที่ทำให้เกิดอาการอยากอาเจียนระหว่างทาง
6. พึ่งพายาแก้เมารถล่วงหน้า
ถ้าลองมาทุกวิธีแล้วยังไม่รอด การใช้ยาแก้เมารถ (Dimenhydrinate) คือทางเลือกสุดท้ายที่ได้ผลแน่นอนที่สุด แต่หัวใจสำคัญคือต้องกินก่อนเริ่มออกเดินทางอย่างน้อย 30 นาทีเพื่อให้ตัวยาออกฤทธิ์ได้ทันเวลา อย่ารอให้เริ่มมีอาการแล้วค่อยกิน เพราะตอนนั้นยาอาจจะช่วยอะไรไม่ได้มากนัก แถมยาประเภทนี้มักจะทำให้ง่วงซึม ซึ่งก็ถือเป็นการพักผ่อนที่ดีระหว่างเดินทางไปในตัว
7. สไตล์การขับขี่ก็มีส่วนสำคัญ
ถ้าคุณไม่ได้เป็นคนขับเอง ลองบอกให้คนขับช่วยเพลา ๆ มือลงหน่อย การขับรถแบบกระโชกโฮกฮาก เบรกแรง ๆ หรือเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง คือยาเร่งชั้นดีที่ทำให้คนในรถเมารถได้ง่ายขึ้น การขับขี่ที่นุ่มนวล รักษาความเร็วให้คงที่ และค่อย ๆ เบรก จะช่วยให้สภาพแวดล้อมภายในห้องโดยสารนิ่งขึ้น และช่วยให้คนที่มีอาการเมารถง่ายรู้สึกสบายตัวขึ้นมาก
8. ใช้ความเย็นเข้าช่วย
เมื่อเริ่มรู้สึกพะอืดพะอม ร่างกายมักจะเริ่มมีอุณหภูมิสูงขึ้นและเหงื่อออก การใช้ผ้าเย็นหรือน้ำแข็งประคบบริเวณหลังคอหรือหน้าผาก จะช่วยลดความตึงเครียดของร่างกายและบรรเทาอาการอยากอาเจียนได้
9. เบี่ยงเบนความสนใจด้วยเสียง
ในเมื่อเราดูหน้าจอไม่ได้และอ่านหนังสือไม่ได้ การฟังเพลงที่ชอบ พอดแคสต์สนุก ๆ หรือชวนคนข้าง ๆ คุยเรื่องอื่นที่เพลิน ๆ คือวิธีเบี่ยงเบนความสนใจของสมองได้ดีที่สุด เมื่อสมองจดจ่ออยู่กับเรื่องที่ฟังหรือเรื่องที่คุย มันจะลดการโฟกัสไปที่ความรู้สึกปั่นป่วนในท้อง ทำให้เราลืมอาการเมารถไปได้ชั่วขณะ
แค่เตรียมตัวให้ดีก็บอกลาอาการเมารถได้
การเตรียมตัวให้พร้อมตามทริคเหล่านี้ จะช่วยเปลี่ยนให้ทริคเดินทางไกลของคุณกลายเป็นช่วงเวลาที่น่าประทับใจแทนที่จะเป็นความทรงจำที่ขมขื่น นอกจากการเตรียมร่างกายแล้ว การมีรถที่สมบูรณ์แบบ เครื่องยนต์เดินเรียบ และระบบแอร์ที่สะอาดไร้กลิ่นอับ ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดอาการเมารถได้เป็นอย่างดี
สำหรับใครที่กำลังมองหารถมือสองสภาพเกรด A ที่ผ่านการตรวจเช็กมาอย่างละเอียดทุกจุด เพื่อให้ทุกการเดินทางของคุณนุ่มนวลและปลอดภัยที่สุด แวะเข้ามาเลือกชมและลองขับรถตัวจริงได้ที่ ชาลีคาร์ (Shaleecar) เราคัดสรรรถสวย สภาพกริบ ที่พร้อมพาคุณและครอบครัวออกไปเที่ยวได้อย่างสบายใจ
สะดวกที่ไหน แวะไปหาเราได้ทั้ง 2 สาขา:
สาขา 1 สำนักงานใหญ่ แยกลิขิตชีวัน : https://maps.app.goo.gl/a2s1DA8sZ5cGtAWF8
สาขา 2 สันผีเสื้อ : https://maps.app.goo.gl/f4s4THksX15Ts2GB7
