หลายครั้งที่พฤติกรรมการดูแลรถหรือการขับขี่ที่เราทำตาม ๆ กันมา เพราะคิดว่ามันคือสิ่งที่ถูกต้องและช่วยถนอมรถยนต์คันโปรด แต่ในความเป็นจริง ความเชื่อบางอย่างนอกจากจะไม่ช่วยอะไรแล้ว ยังอาจส่งผลเสียต่อตัวรถและระบบกลไกภายในแบบที่เราคาดไม่ถึงอีกด้วย
วันนี้เราจะพาคุณมาเช็กว่า มีความเชื่อเรื่องรถเรื่องไหนบ้างที่คุณอาจกำลังเข้าใจผิด และวิธีที่ถูกต้องจริง ๆ ควรทำอย่างไร เพื่อให้รถยนต์คันเก่งอยู่กับคุณไปได้นานที่สุด
รวม 5 ความเชื่อยอดฮิตกับการใช้งานรถที่ผิดวิธี
การบอกต่อข้อมูลแบบผิด ๆ เกี่ยวกับการใช้รถมีอยู่มากมาย โดยเฉพาะความเชื่อสุดฮิตทั้ง 5 ข้อนี้ที่คนใช้รถมักจะทำสลับกัน หรือเข้าใจสวนทางกับหลักการทำงานของเครื่องยนต์จริง ๆ
1. ติดไฟแดงปุ๊บ เข้าเกียร์ P ปั๊บ
นี่คือพฤติกรรมที่เห็นได้บ่อยมากบนท้องถนน ด้วยความที่เมืองไทยรถติดนาน หลายคนเมื่อเห็นสัญญาณไฟแดงจึงเลือกที่จะเลื่อนตำแหน่งเกียร์ไปที่ตัว P (Park) เพราะคิดว่าปลอดภัยและไม่ต้องเหยียบเบรกค้างไว้
ความจริงแล้ว: เกียร์ P ออกแบบมาไว้สำหรับ "จอดนิ่งสนิท" หรือดับเครื่องยนต์เท่านั้น เพราะกลไกของเกียร์ P จะมีสลักเข้าไปล็อกเฟืองเกียร์ไม่ให้ล้อหมุน หากเราเข้าเกียร์ P ทิ้งไว้ตอนติดไฟแดง แล้วเกิดอุบัติเหตุโดนรถคันหลังชนท้าย แรงกระแทกนั้นจะทำให้สลักเกียร์หัก และระบบเกียร์พังเสียหายอย่างรุนแรงได้
สิ่งที่ควรทำ: หากรถติดไม่นานมาก ควรเข้าเกียร์ D แล้วเหยียบเบรกไว้ แต่ถ้ารถติดนานเกิน 1-2 นาที แนะนำให้เปลี่ยนมาที่เกียร์ N (Neutral) แทน เพราะเป็นสิ่งที่ปลอดภัยต่อระบบเกียร์มากที่สุด
2. ต้องสตาร์ทรถทิ้งไว้เพื่อวอร์มเครื่องยนต์
ภาพคุ้นตาในหลายครอบครัวคือก่อนออกจากบ้านตอนเช้า ต้องสตาร์ทรถทิ้งไว้ 5-10 นาที เพื่อให้เครื่องยนต์ร้อนและพร้อมใช้งานก่อนออกเดินทาง
ความจริงแล้ว: รถยนต์ในปัจจุบันเป็นระบบหัวฉีดและถูกควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์ (ECU) หมดแล้ว ไม่จำเป็นต้องจอดวอร์มเครื่องทิ้งไว้นานขนาดนั้น การทำแบบนี้รังแต่จะทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันโดยใช่เหตุ และยังเป็นการสร้างมลพิษในบริเวณบ้านอีกด้วย
สิ่งที่ควรทำ: หลังจากสตาร์ทรถเสร็จ ควรรอให้สัญญาณไฟเตือนต่าง ๆ บนหน้าปัดดับลง
(ประมาณ 30 วินาทีถึง 1 นาที) ก็สามารถขับรถออกไปได้เลย เพียงแต่ในช่วง 1-2 กิโลเมตรแรก ยังควรขับรถโดยใช้ความเร็วต่ำและขับขี่อย่างนุ่มนวล เพื่อให้ระบบน้ำมันเครื่องค่อย ๆ เข้าไปหล่อลื่นชิ้นส่วนต่าง ๆ ของเครื่องยนต์ได้อย่างทั่วถึง
3. รถใหม่ป้ายแดงต้องขับเร็ว ๆ ทางไกล เพื่อ "รันอิน" ให้เครื่องยนต์ตื่นตัว
ความเชื่อโบราณที่ว่าได้รถมาใหม่ต้องเอาไปซิ่ง ไปเหยียบมิดไมล์บนทางหลวงยาว ๆ เพื่อให้เครื่องยนต์มันลื่นและแรงในอนาคตถือเป็นอีกความเชื่อผิด ๆ ที่ใครหลายคนมักทำตาม
ความจริงแล้ว: การรันอิน (Run-in) รถยนต์ยุคนี้คือการ รักษาระดับความเร็วให้คงที่และไม่ใช้รอบเครื่องยนต์ที่สูงเกินไป โดยในช่วง 1,000 กิโลเมตรแรก ชิ้นส่วนภายในเครื่องยนต์จะยังต้องการเวลาในการปรับสภาพให้เข้าที่เข้าทาง การเหยียบกระชากหรือใช้ความเร็วสูงทันทีอาจทำให้เครื่องยนต์สึกหรอไวกว่าปกติ
สิ่งที่ควรทำ: ขับขี่ด้วยความเร็วปกติ หลีกเลี่ยงการเบรกกะทันหัน และไม่ควรลากรอบเครื่องยนต์สูง ๆ จนกว่าจะพ้นระยะรันอินที่คู่มือกำหนด
4. รถยนต์ขนาดใหญ่ เปลืองน้ำมันมากกว่ารถยนต์ขนาดเล็ก
ความเชื่อเบสิกที่หลายคนฝังใจมานานคือ รถคันใหญ่หรือรถ SUV คันโต ๆ อย่างไรก็ต้องกินน้ำมันและสิ้นเปลืองมากกว่ารถเก๋งคันเล็ก หรือรถ Eco Car แน่นอน
ความจริงแล้ว: ในอดีตรถคันใหญ่อาจจะเปลืองน้ำมันกว่ารถคันเล็กจริง แต่สำหรับเทคโนโลยีรถยนต์ยุคนี้ รถคันใหญ่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะกินน้ำมันเสมอไป เพราะรถยนต์ขนาดใหญ่รุ่นใหม่ ๆ มักมาพร้อมกับเทคโนโลยีเครื่องยนต์ที่มีความทันสมัยมากยิ่งขึ้น เช่น เครื่องยนต์ไฮบริด (Hybrid) เครื่องยนต์ดีเซลคอมมอนเรลประสิทธิภาพสูง หรือเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบขนาดเล็กแต่ให้แรงม้าสูง ซึ่งหากขับขี่ทางไกลด้วยความเร็วคงที่ รถคันใหญ่อาจใช้รอบเครื่องยนต์ที่ต่ำและนิ่งกว่ารถยนต์คันเล็ก ทำให้มีอัตราการประหยัดน้ำมันที่ใกล้เคียงหรือดีกว่ารถคันเล็กบางรุ่นที่ต้องเค้นรอบเครื่องยนต์สูง ๆ เสียอีก
สิ่งที่ควรทำ: ควรพิจารณาจากเทคโนโลยีของระบบขับเคลื่อน รูปแบบการใช้งาน และตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยที่ระบุในคู่มือของรถยนต์แต่ละรุ่น มากกว่าการตัดสินความประหยัดจากขนาดของตัวรถเพียงอย่างเดียว
5. ราดน้ำใส่ฝากระโปรงหรือเครื่องยนต์ตอนฮีทเพื่อลดความร้อน
เวลาขับรถไปแล้วความร้อนขึ้นสูงจนควันขึ้น หลายคนตกใจรีบหาน้ำมาราดบนฝากระโปรงหน้าหรือเทใส่เครื่องยนต์โดยตรงเพื่อหวังให้มันเย็นลงเร็ว ๆ ซึ่งจริง ๆ แล้วเป็นสิ่งที่อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้
ความจริงแล้ว: การเอาน้ำไปราดใส่กระโปรงรถหรือเครื่องยนต์ที่กำลังร้อนจัด จะทำให้เกิดความต่างของอุณหภูมิอย่างฉับพลัน (Thermal Shock) ส่งผลให้ฝากระโปรงรถเกิดอาการโก่ง ร้าว หรือเครื่องยนต์เกิดความเสียหายจนใช้งานไม่ได้ทันที ซึ่งค่าซ่อมแพงก็แพงมากเช่นกัน
สิ่งที่ควรทำ: ให้รีบนำรถจอดเข้าข้างทางในที่ปลอดภัย เปิดสัญญาณไฟฉุกเฉิน ดับเครื่องยนต์ แล้วเปิดฝากระโปรงหน้าทิ้งไว้เพื่อให้ความร้อนระบายออกตามธรรมชาติ ห้ามเปิดฝาหม้อน้ำตอนที่ยังร้อนจัดเด็ดขาด และรอจนกว่าเครื่องยนต์จะเย็นลงก่อนจึงค่อยตรวจสอบระบบหล่อเย็น
วิธีปฏิบัติตัวง่าย ๆ เพื่อยืดอายุการใช้งานรถยนต์
นอกเหนือจากเรื่องที่เข้าใจผิดแล้ว การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ ในชีวิตประจำวัน ก็ช่วยเซฟเงินในกระเป๋าและยืดอายุการใช้งานของรถได้เช่นกัน
การเปิดแอร์ทันทีหลังสตาร์ทรถ: ถ้าจอดรถตากแดดไว้ ควรเปิดกระจกเพื่อระบายความร้อนออกจากตัวรถก่อน จากนั้นค่อยสตาร์ทรถแล้วเปิดเฉพาะพัดลมแอร์เพื่อไล่ลมร้อนสักพัก ก่อนจะกดเปิดสวิตช์ A/C เพื่อให้คอมเพรสเซอร์ทำงาน ซึ่งวิธีนี้จะช่วยลดภาระของระบบแอร์ได้ดีมาก
การเช็กระดับของเหลว: สำหรับการเช็กระดับของเหลวไม่จำเป็นต้องรอให้ถึงรอบเช็กระยะที่ศูนย์บริการเสมอไป ควรเปิดฝากระโปรงหน้ารถสัปดาห์ละครั้ง เพื่อตรวจดูระดับน้ำยาหล่อเย็น น้ำมันเบรก และน้ำมันเครื่องให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมอยู่เสมอ
เปลี่ยนความเชื่อผิด ๆ และปรับพฤติกรรมการใช้รถให้ถูกต้อง
รับรองทั้งปลอดภัยและยืดอายุการใช้รถได้ยาว ๆ
การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้รถให้ถูกต้อง นอกจากจะช่วยป้องกันอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิดแล้ว ยังเป็นการช่วยถนอมชิ้นส่วนต่าง ๆ ของรถยนต์ให้ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและยืดอายุการใช้รถให้อยู่กับเราไปได้อีกนาน
ซึ่งสำหรับใครที่กำลังมองหารถยนต์มือสองสภาพดี พร้อมใช้งาน และผ่านการตรวจเช็กสภาพอย่างละเอียดตามมาตรฐาน เพื่อให้มั่นใจได้ว่ารถทุกคันไม่มีปัญหาและพร้อมออกเดินทางไปกับคุณได้อย่างมั่นใจ สามารถแวะเข้ามาเลือกชมและปรึกษาเรื่องรถยนต์ได้ที่ ชาลีคาร์ เต็นท์รถมือสองเชียงใหม่ที่เน้นใส่ใจในเรื่องคุณภาพรถและบริการที่ได้มาตรฐาน ได้ที่เต็นท์รถของเราทั้ง 2 สาขา:
สาขาสำนักงานใหญ่ แยกลิขิตชีวัน คลิกดูแผนที่สาขาใหญ่
สาขา 2 สันผีเสื้อ คลิกดูแผนที่สาขา 2
คิดจะซื้อรถมือสองคุณภาพดีในเชียงใหม่ ให้ชาลีคาร์พร้อมเป็นที่ปรึกษาที่รู้ใจคุณ
